วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ศิลปวัฒนธรรมสมัยใหม่



ศิลปะบารอกBaroque

          วรรณกรรม
          นิยมเขียนเรื่องเกินจริง

          ดนตรี
          มีทั้งเพลงศาสนาและไม่ใช่เพลงศาสนา รูปแบบการขับร้องมีทั้งแบบเดี่ยวและแบบอุปรากรโดยแบบอุปรากรจะใช้นักแสดงและนักดนตรีเป็นจำนวนมาก นักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียง เช่น คลอดิโอ มอนเตเวอร์ดี (Claudio Monteverdi) ชาวอิตาลี

          สถาปัตยกรรม
          นิยมสร้างให้ดูโอ่อ่า โอฬารเกินความจำเป็น เช่นภายในของพระราชวังแวร์ซายที่ฝรั่งเศส





 ลัทธิคลาสสิกใหม่ Neoclassicism

          ช่วงระยะเวลา
          คริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19

          ลักษณะ
          เป็น สมัยแห่งภูมิปัญญา เนื่องจากความสำเร็จในการปฏิวัติและการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ทำให้มนุษย์มีความเชื่อมั่นในเหตุและผลมากขึ้น มีความสามารถ ความเฉลียวฉลาดเพิ่มมากขึ้น

          สถาปัตยกรรม
          มีการฟื้นฟูศิลปะคลาสสิกมาปรับปรุงให้เหมาะกับเหตุการณ์ในสมัยนั้น มีการสะท้อนเรื่องราวของอารยธรรมโบราณ แสดงความสวยงามของทรวดทรง เน้นในเรื่องของสัดส่วนและ ความสมดุลกลมกลืน

          ประติมากรรมและจิตรกรรม
          นิยมลอกเลียนแบบประติมากรรมและจิตรกรรมกรีก-โรมัน จิตรกรรมเน้นในเรื่องเส้นมากกว่าการใช้สีซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับผลงานกรีกโบราณ

          นาฏกรรม
          ได้รับอิทธิพลมาจากการละครของกรีก ลักษณะที่เด่นชัดคือต้องการแสดงความสมเหตุสมผลของเรื่องและข้อคิดนอกจากการให้ความเพลิดเพลินอย่างเดียว ชาติแรกที่เขียนบทละครแนวนี้ คือ ฝรั่งเศส

          ดนตรี
          นิยมเนื้อเรื่องที่แสดงออกด้านความคิดเห็นและในเรื่องของความเสมอภาค การแต่งเพลงมีอิสระมากขึ้น นักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้คือ วอล์ฟกัง อะมาเดอุส โมสาร์ต (Wolfgang Amadeus Mozart)   ชาวออสเตรีย





  
ลัทธิจินตนิยม Romanticism

          ช่วงระยะเวลา
          ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19

          ลักษณะ
          เน้นอารมณ์ ความรู้สึกภายใน และจินตนาการมากกว่าการใช้เหตุผล เนื่องจากผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายหลักวิชาการ จึงหันไปชื่นชมกับความงามของธรรมชาติ และเรื่องราวที่แปลกตาแตกต่างออกไปจากดินแดนต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงประเพณีนิยม

          สถาปัตยกรรม
          ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบกอทิก มีการนำรูปแบบสถาปัตยกรรมในอดีตมาดัดแปลงไปตามจินตนาการ

          ประติมากรรม
          เน้นการแสดงออกทางอารมณ์ และแนวความคิด ประติมากรที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้คือ ฟรองซัว รูเด (Fracois Rude) ผู้ปั้นประติมากรรมนูนสูง มาร์ซายแยส (Marseillaise) ประดับฐานอนุสาวรีย์ประตูชัยที่กรุงปารีส

          จิตรกรรม
          มีการจัดองค์ประกอบด้วย สี เส้น แสงเงา และปริมาตรค่อนข้างรุนแรง มุ่งให้เกิดความสะเทือนอารมณ์ ผลงานที่สำคัญ เช่น ภาพอิสรภาพนำประชาชน (Liberty Leading the People) วาดโดย เออแชน เดอลากรัวซ์ (Eugene Delacroix) ซึ่งเขียนจากเหตุการณ์นองเลือดในเหตุการณ์โค่นราชวงศ์บูร์บง ในปี 1830

          ดนตรี
          นิยมแต่งเพลงที่ให้ความเพลิดเพลิน และเร้าความรู้สึกทางจิตใจ เช่น ความรู้สึกรักชาติ
          •ลุดวิก ฟาน เบโทเฟน (Ludwig van Beethoven)
          •เฟรเดอริก โชแปง (Frederic Chopin)
          •ปีเตอร์ อีลิช ไชคอฟสกี (Peter Ilich Tchaikovsky

          ละคร
          นิยมแสดงเรื่องที่ตัวเอกประสบปัญหา อุปสรรค หรือมีข้อขัดแย้งในชีวิตการเขียนบทไม่เคร่งครัดในระเบียบแบบแผนอย่างละครคลาสสิก ละครแนวจินตนิยมมีกำเนิดในประเทศเยอรมัน บทละครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือเรื่อง เฟาสต์ (Faust) ของ โยฮันน์ วอล์ฟกัง ฟอน เกอเทอ (Johann Wolfgang von Goethe)

          วรรณกรรม
          เน้นจินตนาการและอารมณ์ โดยถือความต้องการของผู้ประพันธ์เป็นสำคัญ บทร้อยบกรองที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสมัยนี้ คือ บทร้องกรองประเภทคีตกานต์ (Lyric) ซึ่งมีลักษณะเป็นโคลงสั้นๆแสดงอารมณ์ของกวี
          กวีสำคัญ
          • วิลเลียม เวิดส์เวิร์ท (William Wordsworth) ชาวอังกฤษ
          • วิกเตอร์-มารี อูโก (Victor-Marie Hugo) กวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส








  
ลัทธิสัจนิยม Realisticism

          ช่วงระยะเวลา
          ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา

          ลักษณะ
          แรกเริ่มมีกำเนิดในประเทศฝรั่งเศสจากการริเริ่มของ กูสตาฟ กูร์เบ (Gustave Courbet) เป็นสมัยแห่งความเจริญทางเทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เป็นแนวความคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยต้องการแสดงให้เห็นสภาพจริงของสังคมว่าโลกที่แท้จริงไม่ได้สวยงามตามแบบความเชื่อที่พวกจินตนิยมยึดถือกัน ต้องการแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของชนชั้นระหว่างแรงงานกับนายทุน ดังนั้นลัทธินี้มักจะเน้นชีวิตของพวกกรรมกรที่ทุกข์ยาก สภาพของคนที่ยากไร้ การเอารัดเอาเปรียบของระดับชนชั้น และยังเสนอผลงานที่เป็นกลางและตรงไปตรงมาอีกด้วย

          ประติมากรรม
          นิยมปั้นและหล่อรูปคนที่มีรูปร่างสัดส่วนสมจริง ผิวของรูปปั้นหยาบและขรุขระ เมื่อมีแสงตกกระทบจะเห็นกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจนประติมากรรมชิ้นเอกในสมัยนี้ คือ รูปปั้นนักคิด (The Thinker) โดยโอกูสต์ โรแดง( Auguste Rodin) ประติมากรชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

          สถาปัตยกรรม
          มีการสร้างโรงงานขนาดใหญ่และอาคารสำนักงานสูงๆหลายๆชั้น มีการนำวัสดุใหม่ๆ เช่น เหล็กกล้า คอนกรีตอัดแรง แผ่นกระจก มาใช้ในการก่อสร้างอาคาร อาคารส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะที่เรียบง่าย สอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอย และมีความงามทางศิลปะภายในตัวอีกด้วย

          จิตรกรรม
          มักสะท้อนภาพชีวิตจริงของมนุษย์ในด้านลบ เช่น ชีวิตคนชั้นต่ำในเมืองใหญ่ๆ ชีวิตของชาวนาที่ยากไร้ในชนบท

          ละคร
          นิยมสะท้อนภาพสังคมหรือภาพชีวิตในแง่มุมต่างๆ การแสดงสมจริงเป็นธรรมชาติ บทเจรจาใช้ภาษาเหมาะสมในแง่สถานะและสภาพของตัวละคร บทละครเขียนเป็นร้อยแก้ว ผู้บุกเบิกละครแนวใหม่นี้ คือ เฮนริก อิบเซน (Henrik Ibsen) นักแต่งบทละครชาวนอร์เวย์ ผู้แต่งเรื่อง บ้านตุ๊กตา (A Doll’s House) และนักแต่งบทละครชาวอังกฤษ จอร์จ เยอร์นาร์ด ชอว์(George Bernard Show) ผู้แต่งเรื่อง อามส์แอนด์เดอะแมน (Arms and the Man)

          ดนตรี
          มีการแต่งเพลงในรูปแบบใหม่ตามแนวคิดที่ว่าดนตรีไม่ใช่แบบประเพณีหรือมีรูปแบบตายตัว แต่ดนตรีจะต้องประกอบด้วยสีสันและจังหวะ นักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงในยุคนี้เช่น โคลด เดอบูซี (Claude Debussy) นักแต่งเพลงชาวฝรั่งเศส

          วรรณกรรม
          นักเขียนสัจนิยมจะสนใจในข้อเท็จจริงมากกว่าอารมณ์และความรู้สึก มักจะบรรยายสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ความชั่วร้ายจอมปลอม และมนุษย์ที่ตกเป็นเหยื่อของโชคชะตา วรรณกรรมแนวนี้เกิดขึ้นก่อนในฝรั่งเศส
          -โอโนโร เดอ บัลชัก (Honore de Balzac)
          -กูสตาฟว์ โฟลแบร์ (Gustav Flaubert)
          -ชาลส์ ดิกเกนส์ (Charles Dickens)












ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น